รูปภาพในเอกสาร LaTeX (1)
[textile]
รูปภาพเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเอกสาร และ LaTeX ก็มีความสามารถในการจัดการรูปภาพได้ดีพอสมควร บทความนี้จะยาวพอสมควร ก็เลยแยกไว้เป็น 3 ตอน ตอนแรกคือตอนนี้ จะพูดถึงการใส่รูปภาพในเอกสาร และการจัดตำแหน่ง ตอนที่สอง จะพูดถึงชนิดของไฟล์รูปภาพสำหรับ LaTeX และวิธีการเตรียมไฟล์เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด ตอนสุดท้าย จะเป็นเทคนิคหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ
graphicx packge
วิธีมาตรฐานที่สุดสำหรับการใส่รูปภาพในเอกสาร LaTeX คือใช้ package graphicx
package นี้มีส่วนขยายเพิ่มเติมจาก package graphics ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เวลาต้องการจะใส่รูปภาพที่ไหนในเอกสาร ก็ทำได้โดยใช้คำสั่ง
\includegraphics[option]{filename}
เช่น
\includegraphics[scale=1.2]{exp-diagram}
option ของคำสั่ง \includegraphics นั้นมีหลายอย่าง เราสามารถ ย่อ ขยาย หมุน และตัดกรอบ (clip) ภาพได้จาก option ที่มี ถ้าไม่ต้องการใช้ option อะไรเลย ก็ไม่ต้องพิมพ์เจ้าวงเล็บสีเหลี่ยม
ชื่อไฟล์ที่ให้กับคำสั่ง \includegraphics นั้นไม่จำเป็นต้องมีนามสกุล การทำแบบนี้มีประโยชน์ ซึ่งจะอธิบายทีหลังว่าทำไม
figure environment
การใช้คำสั่ง \includegraphics โดดๆ ทำให้เราสามารถวางรูปภาพที่เราต้องการไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่ในเอกสารที่เป็นทางการ เช่นรายงาน รูปประกอบของเราจะต้องมีเลขกำกับ มีคำอธิบายประกอบรูป และเราก็ต้องอ้างถึงรูปต่างๆ ในรายงานด้วยตัวเลขกำกับนั้น LaTeX มีเครื่องมือที่ทำให้เราทำสิ่งเหล่านี้ได้สะดวก นั่นก็คือ figure environment
หมายเหตุ environment ใน LaTeX หมายถึงส่วนๆ หนึ่งของเอกสารซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษต่างจากเนื้อหาส่วนอื่น เช่น list, figure, หรือ abstract ซึ่งเราจะกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดจบของ environment ได้ด้วยคำสั่ง
\begin{environment-name}
....
....
\end{environment-name}
ภายใน environment จะมีอะไรอื่นอยู่ได้ ไม่ต่างจากข้างนอกมากนัก อาจจะมี environment อื่นซ้อนอยู่ก็ได้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ทั้งเอกสารของเราก็เป็น environment หนึ่งน่ะเอง จากที่เราใช้คำสั่ง \begin{document} – \end{document} เพียงแต่ document นี่เป็น environment พิเศษที่จะมีได้อันเดียวในแต่ละเอกสารเท่านั้น จบหมายเหตุ
วิธีการใช้ figure environment ดูได้จากตัวอย่างข้างล่างนี้
\begin{figure}[tbp]
\centering
\includegraphics{exp-diagram}
\caption{Diagram showing the experiment set-up}
\label{exp}
\end{figure}

คำอธิบายแต่สะส่วนของตัวอย่างข้างบน:
- \centering เป็นการประกาศ ว่าต่อจากนี้ทุกอย่างให้เอาไว้ตรงกลางหน้า (แนวนอน) ให้หมด การประกาศนั้นมีผลภายในแต่ละ environment เท่านั้น หมายความว่ารูปและคำประกอบรูปภาพจะอยู่กลางหน้า แต่เนื้อหาต่อจากรูปจะไม่ได้รับผลกระทบ
- คำสั่ง \includegraphics
- คำสั่ง \caption สร้างเลขกำกับและคำประกอบรูป เลขกำกับนี้จะเลื่อนเองโดยอัตโนมัติ ถ้าเราเพิ่มหรือลบรูปใดๆ ในเอกสารก่อนหน้ารูปปัจจุบัน
- คำสั่ง \label เป็นการกำหนด ชื่อเรียก ที่เราจะใช้อ้างถึงรูปนี้ อย่างที่อธิบายว่าเลขกำกับรูปนั้นจะเลื่อนได้ เพราะฉะนั้นเราจะอ้างถึงด้วยเลขไม่ได้ ไม่งั้นก็จะมั่วทีหลัง เวลาจะอ้างถึงรูปให้ใช้คำสั่ง \ref{exp} ถ้ารูปนั้นเป็นรูปที่ 2 คำสั่ง \ref{exp} ก็จะพิมพ์เลข 2 ให้เรา
- ส่วนสุดท้ายคือ option ของ figure environment ซึ่งข้างบนใช้ tbp option ตรงนี้ใช้สำหรับกำหนดว่าเราต้องการให้รูปภาพปรากฏอยู่ส่วนไหนของหน้ากระดาษ ตัวอักษรแต่ละตัวแทนตำแหน่ง t คือด้านบน b คือด้านล่าง p คือในหน้าเดี่ยวๆ และ h คือ ณ ตรงที่เรียกใช้ figure environment เราจะเรียกลำดับ option จากลำดับความต้องการ อย่าง tbp ก็หมายความว่าให้ลองวางด้านบนก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยไว้่ด้านล่าง หรือกเอาไว้ในหน้าเดี่ยวๆ ที่มีเฉพาะรูปนี้รูปเดียว
- หลายๆ คนจะมีปัญหา เพราะรูปสึกว่า LaTeX ไม่เอารูปไว้ตรงที่เราต้องการ บางครั้งพยายามเปลี่ยน option แล้วก็ไม่ช่วยเท่าไหร่ ถ้าต้องการวางตำแหน่งด้วยมือจริงๆ ก็ต้องใช้ option [!h] และเอา figure environment ไปไว้ในที่ที่เหมาะสมเอง ขอแนะนำว่า LaTeX จะวางตำแหน่งให้ได้ดีประมาณ 70–80% แล้ว ถ้าจะใช้วิธี [!h] ก็ให้ทำหลังจากเอกสารเกือบเสร็จสมบูรณ์ เพราะด้วยวิธีนี้ถ้าเราพิมพ์เพิ่มหรือตัดทอนเนื้อหาตรงไหน รูปก็จะเลื่อน และอาจจะอยู่ในที่ที่มันไม่สมควรอยู่ได้
epsfig package
epsfig package เป็น package สำหรับใส่รูปในเอากสารเหมือนกัน แต่เป็น package เก่าแก่ และไม่สมควรจะใช้อีกต่อไปแล้ว เพราะขาดความยืดหยุ่นหลายๆ อย่างที่ graphicx มี และก็จำกัดใช้ได้เฉพาะกับรูปที่เป็นไฟล์ .eps เท่านั้น
สำหรับคนที่หัดใช้ LaTeX ใหม่ๆ อาจจะเจอตัวอย่างไฟล์เก่าๆ ที่ใช้คำสั่งนี้ก็เลยใช้ตาม ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ graphicx ให้หมดดีกว่า
